ภาพกิจกรรม
อัตชีวประวัติหลวงปู่พระครูสังวรกัลยาณวัตร (สิม ญาณวโร)

ประวัติหลวงพ่อพระครูสังวรกัลยาณวัตร (สิม  ญาณวโร)

อายุ  ๙๐  พรรษา  ๖๙ (ปัจจุบัน พ.ศ. ๒๕๕๘)

             ชาติภูมิ            นามเดิมว่า  สิม  นามสกุล  พัดพรม  เกิดเมื่อวันอังคารที่  ๒๘  เดือนเมษายน  พ.ศ. ๒๔๖๘  ปีฉลู  ที่บ้านเลขที่  ๕๒  หมู่  ๘  บ้านน้ำโมง  ต.น้ำโมง  อ.ท่าบ่อ  จ.หนองคาย   เป็นบุตรของนายวัน  นางแดง  พัดพรม  มีพี่น้องร่วมกันทั้งหมด  ๔  คน

            บรรพชา          เมื่อประมาณ พ.ศ. ๒๔๘๓  ที่วัดศรีชมภูองค์ตื้อ  บ้านน้ำโมง  อำเภอท่าบ่อ  จังหวัดหนองคาย  โดยมีพระเจ้าคณะหมวดคำผา  ปัญญาวุฑโฒ  เป็นพระอุปัชฌาย์

            อุปสมบท          เมื่อวันที่ ๒๗  เดือนมีนาคม  พ.ศ. ๒๔๘๙  ที่วัดศรีชมภูองค์ตื้อ  โดยมีพระเจ้าคณะหมวดคำผา  ปัญญาวุฑโฒ  เป็นพระอุปัชฌาย์   พระเจ้าคณะหมวดลี  เป็นพระกรรมวาจาจารย์    ได้ฉายา  ทางพุทธศาสนาว่า   ญาณวโรภิกขุ

การศึกษา / ฝ่ายสามัญศึกษา

            พ.ศ. ๒๔๘๐    จบชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔  ณ  โรงเรียนประชาบาล  บ้านน้ำโมง

การศึกษา / ฝ่ายปริยัติศึกษา

            พ.ศ. ๒๔๘๙    สอบได้  นักธรรมชั้นตรี          ณ  วัดศรีชมภูองค์ตื้อ   บ้านน้ำโมง

            พ.ศ. ๒๕๐๕    สอบได้  นักธรรมชันโท          ณ  วัดศรีชมภูองค์ตื้อ   บ้านน้ำโมง

งานด้านการปกครอง

           พ.ศ. ๒๔๙๖     เป็นเจ้าอาวาสวัดศรีชมภูองค์ตื้อ

            พ.ศ. ๒๔๙๘    เป็นพระกรรมวาจาจารย์

            พ.ศ. ๒๕๓๒   เป็นเจ้าคณะตำบลน้ำโมง เขต 1

            พ.ศ. ๒๕๓๖    เป็นพระอุปัชฌาย์ประเภทสามัญ

            พ.ศ. ๒๕๔๒   เป็นรองเจ้าคณะอำเภอท่าบ่อ

      พ.ศ. ๒๕๔๘   เป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะอำเภอท่าบ่อ

งานด้านการศึกษา

            พ.ศ. ๒๔๙๖     เป็นครูสอนอาสาสมัคร

            พ.ศ. ๒๔๙๗    เป็นครูสอนพระปริยัติธรรม สำนักเรียนวัดศรีชมภูองค์ตื้อ

            พ.ศ. ๒๔๙๙     เป็นพระภิกษุปาฏิโมกข์  ในเขตตำบลน้ำโมง  อำเภอท่าบ่อ

 งานสาธารณูปการ

            พ.ศ. ๒๔๙๒    เป็นประธานการก่อสร้างวิหารวัดศรีชมภูองค์ตื้อ

            พ.ศ. ๒๕๐๐    เป็นประธานการก่อสร้างอุโบสถวัดศรีชมภูองค์ตื้อ

            พ.ศ. ๒๕๓๖    เป็นประธานการก่อสร้างศาลาวัดศรีชมภูองค์ตื้อ

            พ.ศ. ๒๕๓๙    เป็นประธานการก่อสร้างศาลาการเปรียญวัดศรีชมภูองค์ตื้อ

            พ.ศ. ๒๕๔๒   เป็นประธานในการบูรณะหลังคาวิหารวัดศรีชมภูองค์ตื้อ

            พ.ศ. ๒๕๔๓   เป็นประธานในการก่อสร้างหอพระไตรปิฎกวัดศรีชมภูองค์ตื้อ

           พ.ศ. ๒๕๔๙   เป็นประธานในการก่อสร้างซุ้มประตูวัดศรีชมภูองค์ตื้อ

            พ.ศ. ๒๕๕๐    เป็นประธานในการก่อสร้างกุฏิสงฆ์สองชั้นวัดศรีชมภูองค์ตื้อ

            พ.ศ. ๒๕๕๑    เป็นประธานในการก่อสร้างห้องน้ำชายหญิง ๒๓ ห้อง

            พ.ศ. ๒๕๕๓   เป็นประธานในการก่อสร้างกุฏิทรงไทยเจ้าอาวาส

            พ.ศ. ๒๕๕๕   เป็นประธานในการก่อสร้างซุ้มประตูทรงไทย

            พ.ศ. ๒๕๕๖   เป็นประธานในการก่อสร้างอาคารสถาบันสัปปายะลุ่มน้ำโมง

งานสาธารณสงเคราะห์

            เดินทางไปดูกิจการพระศาสนาและทอดกฐิน  ณ  ประเทศอินเดีย และเนปาล

            ผ่านการอบรมงานด้านสาธารณสุขพื้นฐาน   โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชท่าบ่อ

            เป็นกรรมการจัดหาทุนสร้างตึกสงฆ์อาพาธ   โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชท่าบ่อ

            มอบทุนการศึกษาแก่นักเรียนผู้เรียนดีแต่ขาดทุนทรัพย์  ในเขตอำเภอท่าบ่อ

            อุปถัมภ์ด้วยจตุปัจจัยแก่โรงเรียนต่าง ๆ ในเขตอำเภอท่าบ่อ 

           มอบเครื่องคอมพิวเตอร์และทีวีจอแบนแด่สถานีตำรวจภูธรอำเภอท่าบ่อ

            มอบทุนสนับสนุนก่อสร้างที่จอดรถจักรยานของนักเรียนโรงเรียนบ้านน้ำโมง

สมณศักดิ์        

            พ.ศ. ๒๕๑๘    เป็นพระครูสัญญาบัตรเจ้าอาวาสชั้นตรี  ที่   พระครูสังวรกัลยาณวัตร

            พ.ศ. ๒๕๒๘   เป็นพระครูสัญญาบัตรเจ้าอาวาสชั้นโท  ที่   พระครูสังวรกัลยาณวัตร

            พ.ศ. ๒๕๓๖    เป็นพระครูสัญญาบัตรเจ้าคณะตำบลน้ำโมงชั้นโท  (จต.ชท.)

            พ.ศ. ๒๕๔๒   เป็นพระครูสัญญาบัตรรองเจ้าคณะอำเภอท่าบ่อชั้นโท (รจอ.ชท.)

            พ.ศ. ๒๕๔๖   เป็นพระครูสัญญาบัตรรองเจ้าคณะอำเภอชั้นเอก  (รจอ.ชอ.)

            พ.ศ. ๒๕๕๔   เป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะอำเภอท่าบ่อ ชั้นเอก (ทป.จอ.ชอ.)

การอาพาธและมรณภาพ

            หลวงพ่อพระครูสังวรกัลยาณวัตร (สิม ญาณวโร) เป็นพระมหาเถระที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ แต่ก็กล่าวสอนพระภิกษุสามเณรและอุบาสกอุบาสิกาทั้งหลายตลอดว่า  “คนเรามเกิด แก่ เจ็บป่วย และตายเป็นธรรมดา โดยเฉพาะการเจ็บป่วย หรืออาพาธนั้น เกิดขึ้นจากวิบากกรรมของตนเอง ทั้งในอดีต และปัจจุบัน” อาการอาพาธของท่านก็เช่นเดียวกัน เกิดจากวิบากกรรมเมื่อครั้งยังเป็นฆราวาส ได้เบียดเบียนสัตว์ทั้งหลาย เพื่อทำมาหาเลี้ยงชีพ กรรมเหล่านั้นยังตามติดมาให้ผลเมื่อเราอ่อนแอลง ดังเช่นหลวงพ่อเป็นตัวอย่างคือ ปี พ.ศ. ๒๕๕๒ ประสบอุบัติเหตุหกล้มที่วิหารจนทำให้ส้นเท้าแตกต้องผ่าตัดใส่เฝือกอยู่เป็นเวลานาน พ.ศ. ๒๕๕๔ ประสบอุบัติเหตุรถเข็นล้ม เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลเป็นเวลานาน พ.ศ. ๒๕๕๖ ประสบอุบัติเหตุลื่นล้มบนศาลาการเปรียญชั้นบน จนเป็นเหตุให้ขาหัก และกระดูกเชิงกรานแตก ได้เข้ารับการผ่าตัดรักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชท่าบ่อ จนอาการค่อย ๆ ดีขึ้นมาเรื่อย ๆ แต่เมื่อมีอาการไม่สบายก็จะรีบแจ้งศิษยานุศิษย์เพื่อนำเข้ารักษาที่โรงพยาบาลทันที  ครั้งสุดท้าย เมื่อวันที่  ๒๗ ตุลาคม ๒๕๕๘ วันออกพรรษา ช่วงเช้าท่านก็ออกรับบิณฑบาตจากพุทธศาสนิกชนที่มาทำบุญตักบาตรเป็นจำนวนมาก และได้ฉันภัตตาหารเช้าตามปกติ ช่วงบ่ายได้ลงอุโบสถทำสังฆกรรม คือการปวารณาออกพรรษาร่วมกับคณะสงฆ์ตามปกติ ตกเย็นท่านมีอาการไม่สบาย หายใจติดขัด เหนื่อยเพลียมาก จึงให้ลูกศิษย์นำส่งโรงพยาบาลทำการรักษาตามอาการ วันที่  ๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๘ ท่านมีอาการเหนื่อยมาก หายใจติดขัดจนต้องใช้เครื่องหายใจช่วย  จนถึงวันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๘ หลวงพ่อพระครูสังวรกัยาณวัตร มีอาการหยุดหายใจ แพทย์และพยาบาลพยายามช่วยโดยการปั๊มหัวใจ อยู่ ๓ – ๔ ครั้ง แต่ก็ไม่สามารถช่วยเหลือได้  หลวงพ่อได้ละสรีระสังขารและมรณภาพจากศิษยานุศิษย์ พุทธศาสนิกชนไปโดยอาการสงบ ด้วยโรคติดเชื้อในกระแสเลือด เมื่อเวลา ๐๙.๑๔ น. ยังความเศร้าโศกและสังเวชให้เกิดแก่บรรดาศิษยานุศิษย์เป็นอย่างมาก  รวมสิริอายุได้ ๙๐ ปี ๖ เดือน ๖๙ พรรษา 

โพสเมื่อ : 04 พ.ย. 2558,10:18   อ่าน 2968 ครั้ง